2005/Oct/28

ก่อนอื่นต้องเปิดเพลงให้อารมณ์ได้คลุกเคล้าไปกับเนื้อเรื่องก่อน บังเอิญไปเปิดเจอเข้า หวังว่าจะถูกใจค่า

http://www.morestory.com/contentlist.php?c=2&id=61

**************************************************************

เธอกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม ห้องเดิมๆและบรรยากาศเดิมๆ ใบหน้าที่ดูไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนจับจ้องอยู่กับหน้ากระดาษว่างเปล่าที่มีเพียงตัวอักษรสีดำตัดกับกึ่งกลางหน้าสีขาวของกระดาษ

บทความเรื่อง ''

โดย น.ส. ขยัน มีสุข ม.2/1 เลขที่ 4

ปากกาที่อยู่ในมือแทนที่จะจรดลงบนกระดาษ กลับเอามาเคาะกับโต๊ะ ในหัวสมองกำลังทำงานอย่างหนักเมื่อมาตระหนักหลังจากกลับมาจากปาร์ตี้กับเพื่อน ว่าธอ..ยังไม่ได้แม้แต่จะแตะรายงานที่จะส่งวันพรุ่งนี้เลย

ทั้งๆที่คิดว่าจะกลับมาเร็วหน่อยเพื่อมาทำนะเนี่ย มืออีกข้างถูกยกขึ้นมากุมขมับ ทำไมเธอถึงได้ไม่รู้ตัวเลยนะ

พลางชำเลืองมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่บอกเวลาตีหนึ่งครึ่ง อาการเหนื่อยล้าปรากฏขึ้น พร้อมถามตัวเองอีก ทำไมเวลาถึงได้เร็วอย่างนี้นะ ทำไมเธอถึงได้ไม่รู้ตัวเลย ขณะกำลังสนุกอยู่กับเพื่อนของเธอ...ทำไมเธอถึงไม่เห็นเวลาที่ผ่านไปนะ สายตาเลื่อนลอยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

แต่ก็อย่างที่หลายๆคนว่า เวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ อันนี้ก็คงนับได้ว่าเป็นความจริงอย่างหนึ่ง เนื่องจาก เรามัวแต่เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นจนไม่ได้หันกลับมาดูเวลาที่ผ่านไปเลยก็เป็นได้ เรามัวแต่หัวเราะร่วมไปกับเหล่าเพื่อนฝูงที่มาสังสรรค์กันในยามว่าง เรามัวแต่เพลินไปกับการอ่านหนังสือเล่มโปรดในมือ เรามัวแต่ยิ้มไปกับบรรยากาศดีๆที่มีให้กันในยามผ่อนคลายเสียจนไม่ได้ตระหนักเลย....ว่าเวลาแห่งความสุขนี้ได้ใกล้จะจบลงเต็มทีแล้ว

คิดๆไปก็แสนเศร้า แต่ก็อย่างว่า เวลา...เป็นสิ่งที่มิอาจหวนคืนได้ และเมื่อมนุษย์ได้มาตระหนักถึงความจริงนี้ มันก็ได้สายไปเสียแล้ว สายไปที่จะหวนกลับคืนเวลานั้นเพื่อกระทำเรื่องต่างๆที่ยังค้างคาอยู่ในใจ เรื่อง..ที่ได้แต่คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงมีเวลา ค่อยทำก็ได้ แต่แล้วเมื่อเอาแต่บอกคำนี้กับตัวเองเข้าทุกวัน "พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้" จากวันที่1 ...ไปวันที่ 2...ไปถึงวันที่ 3 ....แล้วต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมารู้ตัว มันก็สาย...ไปแล้ว

จนถึงขณะนี้เราก็คงนึกโทษตัวเองอยู่ในใจ "เราไม่น่าขี้เกียจ...ทำไมเราถึงไม่ขยันล่ะ..." ได้แต่พูดกับตัวเองซ้ำแล้ว..ซ้ำอีก แต่..เราก็ยังคงทำเช่นนี้อยู่ต่อไป และก็ต้องมานึกเสียใจอยู่เช่นนี้ต่อไป...

ทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนมันบ้างล่ะ? เธอถามตัวเอง

เธอทำไม่ได้ ก็เพราะเธอเคยชินกับมันไปแล้วน่ะสิ...เธอเคยชินกับการชอบมานึกเสียใจอยู่ภายหลัง เธอเป็นเช่นนี้เสมอมา และเธอก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

น้ำตาแห่งความสิ้นหวังเริ่มเอ่อล้นขึ้นมา ใบหน้าถูกซุกลงไปกับโต๊ะเพื่อปกปิดอาการอ่อนแอของตน ก่อนจะรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

"เป็นอะไรรึเปล่า ลูก" เธอรีบเงยหน้าปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะหันไปเห็นร่างในชุดนอนของผู้เป็นมารดา

เธอรีบยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนส่ายหน้าเบาๆ "แม่ยังไม่นอนอีกหรอค่ะ"

"แม่เห็นไฟห้องหนูเปิดอยู่ ก็เลยมาดูน่ะ"เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของแม่ขณะกำลังเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงหันหน้ามามองทางเธอ

"หนูยังทำรายงานไม่เสร็จน่ะค่ะ ต้องส่งพรุ่งนี้" แต่เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงที่ส่งมา เธอก็รีบทำตัวร่าเริงขึ้น "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว แม่ไปนอนก่อนเถอะ หนูไม่เป็นไรหรอก"

แม้จะประดับรอยยิ้มกว้างเพื่อไม่ให้ต้องเป็นกังวลหากแต่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับไฟ ต้องทำไม่เสร็จแน่ๆเธอต้องตกวิชานี้แน่ๆ ถึงป่านนี้เธอยังคิดไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าจะเขียนเรื่องอะไรลงไปเธอคิดอย่างสิ้นหวัง

แต่แล้วแม่ที่ไหนกันที่ดูแลลูกมากว่าสิบปีจะไม่รู้ถึงอาการหนักใจนี้ มือที่ด้านจากการทำงานหนักมาทุกวันเอื้อมมาจับมือของเธออย่างแผ่วเบา และอ่อนโยน เธอเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นแม่อย่างเต็มตา

"แม่รู้...ว่าลูกคงยังเขียนไม่เสร็จหรอก ใช่มั้ย" รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นเมื่อเห็นการพยักหน้ารับน้อยๆของลูกสาว"งั้นเรามาช่วยกันคิดกัน..นะ"

เธอผวาเข้าไปกอดแม่ของเธอ ก่อนพยักหน้าเบาๆกับอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ อ้อมกอดที่เธอคุ้นเคยมากว่าสิบปี อ้อมกอดที่คอยปกป้องเธอมาตลอดสองแม่ลูกเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กัน

"เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า" แม่หันมาพูดเริ่มก่อนหลังจากเห็นกระดาษอันว่างเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ "อยากจะเขียนเรื่องอะไรล่ะ"

เธอทำท่าคิดอยู่สักครู่ ก่อนเอ่ยออกมาเบาๆ "ไม่รู้สิค่ะ หนูเองก็ยังคิดไม่ออกเลย"

"งั้น...เอาเป็นเรื่องการไปเที่ยวดีมั้ย..รู้ดีอยู่แล้วนิ" เธอแอบหน้าแดงนิดๆกับคำพูดนั้นแต่ก็รู้ว่ามันเป็นแค่การแซวเล่น แม่เธอเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้ เพราะเธอเป็นคนที่สำนึกผิดได้ง่าย ถึงจะไม่ว่าอะไรเธอก็รู้สึกผิดมาพอแล้ว ส่วนเรื่องจะปรับเปลี่ยน...อันนี้..มันก็คงต้องขึ้นอยู่กับเวลาอ่ะนะ....ใช่..เวลา!!! เวลาไงล่ะ...

"แม่รู้แล้ว..เวลาไงล่ะ" เมื่อเห็นหน้าตางุนงงของลูกสาวเธอก็ขยายความเพิ่ม "ปกติลุกชอบมาสำนึกผิดทีหลัง แล้วชอบมาโทษว่ามีเวลาไม่พอ....ไม่ต้องมาแก้ตัวเรื่องนี้เลยนะ แม่รู้ดี" แม่ของเธอว่าขัดขึ้นซะก่อน เมื่อเห็นอาการจะโต้กลับของลูกสาว ".... น่าจะเขียนได้บ้างนะ"

"อืมมมม มันก็ใช่นะ ขอบคุณค่ะ" เธอหันไปยิ้มอย่างยินดีกับแม่ของเธอ ลืมเรื่องที่จะโต้เถียงเมื่อสักครู่ไปเสียสนิทก่อนมือที่จับปากกาจะจรดมันลงไปกับหน้ากระดาษตรงหัวข้อเรื่องทันที

บทความเรื่อง "เวลา....มิอาจหวนคืน"

คืนนั้น..แม้จะไม่ใช่คืนที่เธอได้ปรับนิสัยนึกเสียใจภายหลังได้ แต่อย่างน้อยมันก็ได้ทำให้เธอคิดมากขึ้น ถึงแม้เราจะผิดหวัง เราจะเสียใจ แต่ทุกอย่างย่อมมีโอกาสให้แก้ตัวอีก และเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องเผชิญมันเพียงลำพัง แต่ยังมีคนหลายคนที่คอยเป็นห่วงเป็นเรา และพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับเธออยู่เสมอ ซึ่งเธอก็หวังไว้ว่าสักวัน....ว่าอย่างน้อย..เธอก็จะต้องทำตัวสมชื่อเธอให้ได้

ขยัน และ มีสุข

เธอจะทำได้หรือไม่ เวลา..คงจะเป็นตัวบ่งบอกเธอเอง

******The End******

อันนี้แต่งขึ้นมาเล่นๆ เพราะมันใกล้จะเปิดเทอมแล้ว อารมณ์มันเลยพาไปแต่งจนถึงตีสองแนะ ง่วงนอนอย่างแรง ยังไงก็จะไปนอนแล้วเจ้าค่ะ ขออวยพรให้ทุกท่านโชคดี ซา-โย-นา-ระ ~~ จ้า


edit @ 2005/11/01 09:19:39

2005/Oct/20

โอ้ว ในที่สุด ก็เล่นเน็ทได้แย้วววว >_<

หลังจากเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเกิดฝนตกหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างจนทำเอาสายโทร.ไหม้กลิ่นฉุนเชียว แต่หลังจากนั้นไม่นานช่างก็มาซ่อมให้ในวันรุ่งขึ้น เฮ้อออ ค่อยโล่งอกหน่อย แต่!!!....พึ่งมารู้อีกว่าฟ้าผ่านั้นก็ทำเอาเครื่องที่เป็นตัวเชื่อมเน็ทของทั้งบ้านดันมาไหม้ไปด้วย โอ้ มาย ก๊อตตตตตตต อุตสาห์สอบเสร็จใหม่ๆแทนที่จะได้เล่นให้มันอิ่มสำราญสักหน่อย เฮ้อออ ชีวิต=*=

แถมช่างที่โทร.ไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รับรู้ข้อมูลใหม่นี่ ดันโผล่ออกมาอีกทีก็ปาไปอีกอาทิตย์นู้น ทำเอาเซ็งเหลือหลายแต่พอซ่อมเสร็จปั้บ ไอ้คุณชายทั้ง 2(น้องข้าพเจ้า TT_TT) ก็มาแย่งเสียทุกครั้งไป =_=

แต่แล้วโอกาสทองก็มาถึง เจ้าน้องทั้งสองนั้นคนหนึ่งมีธุระออกไป อีกคนก็ตามแม่ไปที่ทำงาน โอ้ว จอร์จ มันยอดมาก เหลือแต่เราแต่เพียงผู้เดียวที่จะครองคอม ดีใจสุดขีด >w< เลยถือโอกาสตกแต่งบล๊อกใหม่หมด แต่กว่าจะเสร็จได้นี้ก็ปาไปแล้วกว่า 7 ชม. ลบๆแก้ๆอยู่นั้นแหละ จนกระทั่งได้กลายมาเป็นเช่นนี้ TTwTT ปลาบปลื้มยิ่งนัก

ส่วนเรื่องนิยายนั้น มีคนมาตื้อให้ข้าพเจ้าแต่ง เรื่อง Me in the mirror เรื่องเก่านั้นให้เสร็จ ข้าน้อยจึงจะ Re-write ตอนเก่าๆทั้ง 6 ตอนให้เสร็จก่อน แล้วจะมาลงให้ภายในทีเดียวที่เว็บ http://www.dek-d.com/entertain/

แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการจ้า Sa-yo-na-ra ทุกท่าน ^o^ อ่ะแถมเพลงมาให้ด้วยล่ะกันจ้า Time after Time ของโคนัน มูวี่ ภาค 7


Detective Conan
Time After Time

moshi mo kimi ni meguriaetara
nido to kimi no te o hanasanai
haru no owari o tsugeru hana midou
kasumu hana hitohira

yomigaeru omoide no uta kono mune ni ima mo yasashiku

Time After Time
kimi to deatta kiseki
yuruyakana kaze fuku machi de
sotto te o tsunagi aruita sakamichi
ima mo wasurenai yakusoku

kaze ni kimi no koe ga kikoeru
usurai sae kaeru tooi kioku
kizutsuku kowasa oshirazu chikatta
itsuka mata kono basho de

meguriaou usu beniiro no
kisetsu ga kuru hi ni egao de

Time After Time
hitori hana mau machi de
chirazaru toki wa modoranai kedo
ano hi to onaji kawaranai keshiki ni
namida hirari matte ita yo

kaze mau hanabira ga minamo o naderu you ni
taisetsu ni omou hodo setsunaku...

hito wa mina kodoku to iu keredo
sagasazu ni wa irarenai dare ka o
hakanaku koware yasui mono bakari
oimotomete shimau

Time After Time
kimi to irozuku machi de
deaetara mou yakusoku wa iranai
dare yorimo zutto kizutsuki yasui kimi no
soba ni itai kondo wa kitto



edit @ 2005/10/20 20:18:10
edit @ 2005/11/07 18:20:27

2005/Sep/30

เนื่องจากเรื่องก่อน Me in the mirror ข้าพเจ้าดันแต่งไว้ซะละเอียด แนวการเขียนก้อเล่นอธิบายซะทุกชอตทุกตอน จนขณะนี้ความขี้เกียจได้เข้าครอบงำแล้วเรียบร้อย แหะๆ แต่....ยังไม่ทันไร

พล้อตเรื่องใหม่ก้อมาเข้าหัวอีกแล้ว ย้าก!!!! ...>o<

ติดอยู่แค่เรื่องเดียว...สอบ!!!!!! โอ้ย อยากจะบ้า...แง๊ๆ เลขยังจำไม่ได้หมดเลย ToT วันนี้สอบไป 4 วิชาอยากจะร้องไห้เป็นภาษาเอสกิโม ....

วิทย์หลัก : อันนี้พอทำได้ จำสูตรอะไรได้หมด ส่วนประกอบของหิน แปรมาจากไหน เกิดมาจากอะไรจำได้หมด แต่มาตกม้าตายเอาตรงดันเอาไอ้ส่วนที่ต้องเอาเวลามาหารผิดง่ะ TwT น่าเสียดายเป็นที่สุด

พุทธศาสนา : อันนี้แค่อ่านมาผ่านๆ จำได้มั้ง จำไม่ได้มั้ง ทำได้ประมาณ 50-60% ส่วนที่เหลือน่ะหรอ...เซ้นส์ทั้งน้าน...^o^ โฮะๆๆ

Eng. : ง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ ยากเกินคำบรรยาย!!!!

Art : วิชาถนัดเจ้าค่ะ คริๆ เขาให้ออกแบบแสตมป์ด้วยแหละ เกี่ยวกับสันติภาพของโลก ก้อคิดว่าคงพอได้อ่ะแหละ แม้ทฤษฏีจะไม่ได้แม้แต่แตะเลยซักนิด อะโฮะๆๆ

เอาล่ะ พูดมาพอแล้ว มาถึงเรื่องใหม่กันดีกว่า

The Messenger of Aryan

เนื้อเรื่อง : มันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนๆหนึ่งได้ทำสัญญาขอยืดชีวิตกับชายชุดดำ จนเกิดเป็นการพนันกันว่าใครจะสามารถเป็น"ผู้ให้"และ"ผู้เอา"ได้มากกว่ากัน จนในที่สุดสัญญานั้นก็ได้ล่วงเลยมาถึงเด็กสาว 2 คนที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เพระเธอทั้งสองนั้น คนหนึ่งคือ..."มนุษย์" และอีกคนคือ..."ยมฑูต"

คริๆ....ก้อลงพล๊อตไว้เท่านี้ก่อนแล้วกัน แล้วจะมาต่อหลังจากสอบเสร็จนะจ้า ^o^....

sa-yo-na-ra.....NAKA!!!! >w<


edit @ 2005/10/02 00:22:11
edit @ 2005/10/20 12:58:20
edit @ 2005/11/07 18:20:53


nightwing in the sky
View full profile